วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 20, 2008
ต้องการช่างภาพ ช่วยถ่ายภาพโรงงานตามตจว.
สนใจส่งอีเมล์มาที่ stonezoup@gmail.com จะส่งรายละเอียดให้
วันจันทร์, มิถุนายน 30, 2008
วันอังคาร, มิถุนายน 24, 2008
วันพุธ, มีนาคม 26, 2008
แค-ว๊าว
พอจำได้ใช่มั้ยครับว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว แถวๆ เดือนพ.ย. , ธ.ค. ปี 50 นี่แหละ
ช่วงที่มีซานตาคลอสมาตั้งรกรากอยู่แถวหน้าเมเจอร์รัชโยธินนั่นไง
หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์เผาไล่ทีซานตาคลอส
วอดวาย เสียหายหนวดคุณลุงซานต้าไปหลายเส้น
เสียหนวดไม่พอ
เมเจอร์ดันมาปิดบริการ แคลิฟอร์เนียฟิตเนสอีก
เดือดร้อนคนรักสุขภาพ พุงพลุ้ยอย่างผมสิครับ
ทีแรกไม่รู้สึกตัว นึกว่าปิดแป๊บๆ เดี๋ยวก็เปิดให้บริการ
แต่นี่ล่อเข้าไปกี่เดือนแล้วเนี่ย ยังไม่ยอมเปิดให้บริการ
ผมเลยโทรเข้าไปถามที่ "แคฯว้าว" ว่า ไอ้ที่ปิดๆ ไปน่ะ ได้ชดเชยวันที่ปิดไปให้กับสมาชิกหรือเปล่า เพราะแกเล่นเก็บค่าสมาชิกเป็นรายปี
ทวีศักดิ์ มันบอกว่า "พี่เป็นสมาชิกประเภทไหนครับ"
ทีแรกตกใจ นึกว่ามันด่า หาเรื่องกูเหรอ
ตั้งสติได้ ก็ตอบไปว่า เป็นแบบตลอดชีพ
"แบบตลอดชีพ เล่นได้ทุกสาขานี่ครับ"
"ก็ใช่ครับ"
"แล้วทำไมพี่ไม่ไปเล่นสาขาอื่นล่ะครับ"
อ้าว..ซวย กลายเป็นกูโง่อีก อยากตอบไปด้วยความสุภาพว่า ก็บ้านกูอยู่ติดกะเมเจอร์นี่ครับ เมิงจะให้ผมไปเล่นที่กาดสวนแก้วหรือไง แต่ก็เอาว่ะ เขาไม่รู้เรื่องอะไร ทำตามหน้าที่ ก็ตอบไปว่า
"ก็ผมสมัครที่รัชโยฯ เพราะมันอยู่ติดกะบ้านผมนี่ จะให้ผมไปเล่นที่ไหน มันไกลและเปลืองน้ำมัน - แล้วช่วงที่ปิดไปน่ะ ชดเชยวันให้ผมหรือเปล่า"
"ทางบริษัทไม่สามารถชดเชยให้ได้ครับ เพราะพี่เล่นได้ทุกสาขาอยู่แล้ว"
คือจะบอกว่า ไอ้โง่เอ้ย.. เมิงเล่นได้ทุกสาขา ทำไมไม่ไปเล่นสาขาที่มันเปิดให้บริการงี้อ่ะดิ แล้วไอ้การชดเชยให้สมาชิกมันยากตรงไหนว่ะ มันไม่ถึงกะเจ๊งหรอก
สมมุติผมอยู่โคราช แล้วมันปิดทำการ ไม่มันแนะนำให้ผมไปเล่นที่จังหวัดใกล้เคียงหรือไง
"พี่กรุณาไปเล่นที่ขอนแก่นครับ" เจริญล่ะพ่อ
"แบบนี้ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือเปล่าครับ" ผมยังหน้ามึนถาม
"ไม่นะครับ เพราะคุณสามารถใช้บริการได้ทุกสาขา" ดูมันย้ำ ทำไมเมิงไม่ถามด้วยเลยว่า จะรับขนมจีบซาลาเปากลับไปทานบ้านหรือเปล่า พูดซ้ำอยู่ได้
ตกลงมันความผิดกรูใช่มั้ย ที่สมัครแบบเล่นได้ทุกสาขาน่ะ จะบ้าตาย..
แต่ด้วยความรำคาญคุณทวีศักดิ์ เพราะถึงจะเถียง จะบ่นเขาไปก็เท่านั้น เขาไม่ใช่เจ้าของบริษัท เลยวางหูไป ก่อนวางหูก็แถมท้ายไปว่า
"ผมว่าคุณลาออกจากบริษัทนี้เหอะ บริษัทอะไรเอาเปรียบผู้บริโภค บาปนะเนี่ย"
ดูความโรคจิตของผมแล้วกัน ไม่รู้จะไปเจือกกะเขาทำไม
แต่แหม.. ไอ้แค-ว๊าวเนี่ย มันช่างหน้าด้านจริงๆ นะครับว่ามั้ย ทั้งๆ ที่มีคนร้องเรียนเขามากจนติดอันดับหนึ่งในการถูกร้องเรียนทางสคบ.ก็แล้วนะ
เขายังมิหวั่นไหวใดๆ ทั้งสิ้น
น่านับถือ (หรือจะสาปแช่งดี)
ก็เป็นอันว่าผมคงต้องเดินแบกพุงตุ้ยๆ ของผมต่อไป จนกว่าทางแค-ว๊าว รัชโยจะกรุณาเปิดดำเนินการนั่นแหละครับ
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร เพราะลำพังแค่เห็นมันมาปูกระเบื้องตรงบันไดด้านหน้า ก็ลุ้นเยี่ยวจะราดอยู่แล้ว
เห็นมาปูวันและแผ่น สองแผ่น ไม่รู้คนงานก่อสร้างที่มาทำงานเนี่ยเป็นผู้บริหารระดับสูงของเขาหรือเปล่า ทำงานแบบกลัวเหนื่อยจริงๆ ค่อยๆ ปู ค่อยๆ วาง เหมือนกลัวจะเสร็จเร็ว
กรรมของผู้บริโภคอ้วนๆ อย่างผมจริงจริ๊งงง..
ถ้าอยากออกกำลังกายผมแนะนำ ไปเต้นแอโรบิกกับพี่เป้าตุงตามลานจอดรถโลตัสแทนละกันนะครับ ประหยัดและเร้าใจดีด้วย
สนุกกับมันค๊าาาา.. ชั้นรู้ว่าคุณทำด๊ายยย..
วันอังคาร, มีนาคม 11, 2008
สัมภาษณ์ผู้บริหารมาม่า
คุณ บุญชัย โชควัฒนา เป็นผู้บริหารระดับสูงในเครือสหพัฒน์ บริษัทที่ผลิตมาม่ามาให้เด็กหอฯได้กินกันตายตอนสิ้นเดือนนั่นแหละ
ทราบหรือเปล่าครับว่า คุณบุญชัย ได้เข้ารับตำแหน่งเป็น สว. คัดสรร
และต้นสัปดาห์หน้า ผมก็ได้รับความกรุณาจาก คุณบุญชัย ให้เข้าพบ-สัมภาษณ์-พูดคุยเพื่อลงตีพิมพ์ในนิตยสาร Thai Commerce
ตอนนี้กำลังฟิต เตรียมหาความรู้ และ คำถาม ที่จะถามคุณบุญชัยอยู่ครับ
แล้วเพื่อนพ้องน้องพี่ ล่ะ มีคำถามอะไรอยากจะฝากผมไปถามคุณบุญชัยบ้างหรือเปล่า
วันพุธ, กุมภาพันธ์ 27, 2008
โอ้ว - น้ำมัน
จากการเดินทางรอนแรม (พูดให้มันเวอร์ไปซะงั้นน่ะ อันที่จริงก็ไปไม่กี่ที่หรอก)
นั่งรถคนอื่นไป ก็มีแต่คนถามว่าทำไมไม่ขับรถมาเอง
ทำไมต้องนั่งรถเมล์?
ทำไมต้องอาศัยรถคนอื่นมา? (อันนี้มันหลอกด่าเราป่าวว่ะเนี่ย -_-")
ก็ตอบไปว่า เรื่องของกรู เอ๊ย.. ไม่ช่าย ก็บอกว่าช่วยชาติประหยัดน่ะครับ มันเปลืองน้ำมัน
![]()
รู้มั้ยครับว่า (ออกแนวสุภาพนะนี่ ดูน่านับถือ) นับตั้งแต่สมัยก่อนที่โลกยังใช้ทองคำเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันค่าเงินของแต่ละประเทศ กระทั่งเปลี่ยนมาใช้ค่าเงินดอลลาร์เป็นสากล ที่เพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่า ระบบเศรษฐกิจเติบโตขึ้น ทำให้การใช้น้ำมันก็สูงขึ้นตามไปด้วย
![]()
ใน 1 วัน มีการใช้น้ำมันของโลกถึง 159,000 ลิตร / วินาที
![]()
ก็ประมาณ ๘๖ ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้นเอง.. เอิ้ก!!
![]()
อเมริกาใช้เปลืองที่สุด คือวันละ ๑๔ ล้านบาร์เรล
![]()
ญี่ปุ่นกับจีน รองลงมา ๖ กับ ๕ ล้านตามลำดับ
![]()
แต่การเสาะหาน้ำมันกลับสวนทางกับการใช้น้ำมันอย่างน่าตกใจ
![]()
การขุดน้ำมันเริ่มในอเมริกาก่อนเมื่อปี ๒๔๔๓
![]()
มาเจอบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ที่อิรักปี ๒๔๖๙
![]()
เจอที่ซาอุและคูเวตปี ๒๔๘๒
หลังจากนั้นโลกก็ไม่มีบ่อน้ำมันที่มีขนาดใหญ่ ให้ขุดหาเจอได้ง่ายๆ อีกแล้ว
เพราะมันขุดจนพรุนไปหมดแล้ว
คราวนี้ก็เจอแต่บ่อเล็กๆ ซึ่งไม่คุ้มที่จะขุด ขุดไปก็มีน้ำมันนิดเดียว
นายทุนส่ายหัว ดิ๊กๆ อีนี่ ไม่อาว นะจ๊าาา
โดยธรรมชาติแล้วทุกบ่อน้ำมัน เมื่อขุดเจอปุ๊บก็จะพุ่งปรุ๊ดส์..
ใหม่ๆ จะไหลแรงมาก (โซฟีก็เอาไม่อยู่) ให้ปริมาณน้ำมัน ๕-๘ เปอร์เซนต์ของบ่อ / ปี
หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ แห้ง จนหมดไปในที่สุด
อันที่จริงมันก็ไม่ถึงกะหมดเกลี้ยงหรอก
มันหมดไปแค่ ๒ ใน ๓ ของบ่อ
ถ้าอยากได้น้ำมันอีก ก็ต้องอัดก๊าซเพิ่มความดันเข้าไป (ตดอัดไม่ได้นะ อย่ามาทำตลกขอร้องๆ)
ให้น้ำมันไหลออกมา ซึ่งแพง.. ไม่คุ้ม.. ไม่มีใครเขาทำกัน
คิงส์ ฮับเบิร์ต นักธรณีวิทยาชาวอเมริกัน บอกว่าการผลิตน้ำมันของโลกได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว
ผลิตมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไม่เหลือน้ำมันแล้ว
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง น้ำมันไม่เหลือแล้ว
จะไปกลัวอะไร ก็ใช้พลังงานอื่นทดแทนดิ
หรือไม่ก็.. แป๊บๆ มันต้องมีคนคิดอะไรที่มันมาใช้แทนน้ำมันได้เองแหละ
ไม่เห็นจะต้องกลัว
คิดอย่างงี้ใช่ม่ะๆๆ หน๊อย..คนเรา
.. แหม.. ไม่อยากจะพูดให้เสียน้ำใจนะ
แต่ว่าภายใน ๕ ปี ๑๐ ปีนับจากนี้ ไม่มีทางที่จะมีพลังงานอะไรมาทดแทนน้ำมันได้
ถึงแม้จะมีคนคิดได้
เอาเป็นว่า ไอ้หมอนี่โคตรฉลาดเลยแล้วกัน มันคิดออกมาได้
แต่กว่าจะพัฒนาออกมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ล่ะ ใช้เวลาอีกเท่าไร
เรื่องการขนส่ง เรื่องการเก็บรักษา
ดูเรื่องเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเป็นตัวอย่างสิ จนป่านนี้ก็ยังไม่มีให้ใช้อย่างแพร่หลายเลย
ประเทศไทย ไม่มีบ่อน้ำมันเป็นของตัวเอง แต่ก็ใช้กันจัง ใช้น้ำมันกันอย่างบ้าคลั่ง
อ้อ.. อันที่จริงไทยก็มีบ่อน้ำมันนะ อยู่ที่ ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร และที่อ่าวไทย เรียกว่าแหล่งนางนวล มิใช่ นวลนาง
รวมสองแห่งนี้ก็ผลิตได้ไม่เกิน ๑๗ เปอร์เซนต์ของที่พวกเราใช้กันทั้งประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๘ เราซื้อน้ำมันจากต่างชาติ ๖๗๓,๓๓๓ ล้านบาท
เพิ่มจากเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๗ ขึ้นไป ๓๗ เปอร์เซนต์
อู้ย.. เลคเชอร์ซะยาว เบื่อป่ะเนี่ย ตอนหน้าจะเล่าเรื่อง ไบโอดีเซล, ค่าออกเทน, ก๊าซโซออล์ ไรประมาณนี้ ถ้าไม่เบื่อก็แวะมา จะรอ
วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 24, 2008
หยดหมึก - กระดาษขาว
ถ้าผมถามว่า "วันนี้เจอเรื่องดีๆ อะไรมาบ้าง?"
เอาล่ะสิ นั่งนึกกันจนเหงื่อหยดติ๊ง "เอ๊..มีหรือเปล่าว๊า"
งั้นเอาใหม่ ผมเปลี่ยนคำถาม "วันนี้เจออะไรแย่ๆ มาบ้าง?"
โหย.. มาเป็นชุดทีนี้
"เจอคนแซงคิวซื้อตั๋วหนัง"
"เจอคนเหยียบเท้าแล้วไม่ขอโทษ"
ฯลฯ
แปลกนะที่คนเรามีแนวโน้มที่จะจดจำเหตุการณ์ด้านลบ มากกว่าเหตุการณ์ด้านบวก
เคยรู้สึกมั้ยว่าแถวที่เรายืนต่อคิวอยู่ทำไมมันช้ากว่าแถวอื่น
ไอ้รถเมล์คันที่เรารอทำไมมันมาช้าจัง เวลาไม่รอเนี่ยมาจัง
อาหารที่เราสั่งมักจะมาช้ากว่าโต๊ะข้างๆ
มันเป็นแบบนั้นจริงอ่ะ?
ถ้าผมเอาหมึกหยดลงกระดาษขาวสักแผ่นหนึ่งแล้วยกให้ดู ถามว่าเห็นอะไร
ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า เห็นหมึกหยดหนึ่งอ่ะดิ ถามได้
แปลกที่ไม่ค่อยจะมีใครตอบว่า เห็นกระดาษขาว
การสังเกตุเห็นสิ่งที่เป็นลบมากกว่าเป็นบวกของมนุษย์ถือเป็นสัญชาติญาณ เพราะเราต้องระวังภัย ที่จะเกิดขึ้นรอบตัวตลอดเวลา ตั้งแต่ยุคสมัยไหนมาแล้ว
มันเป็นสัญชาติญาณ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็เป็นภัยในความคิดเหมือนกัน
ภัยตรงที่ มันทำให้เรามองไม่เห็นด้านดีๆ แง่งามในหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต
ลองคิดดูดิ ถ้าเราจดจำได้แต่เรื่องแย่ๆ เราจะเป็นไง ก็ทั้งทุกข์ ทั้งเครียด เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันเนี้ย..
ทั้งที่บางที รอบตัวเราก็มีเรื่องดีๆ ให้เก็บเกี่ยวไว้เป็นความสบายใจได้ตั้งมากมาย

