วันอังคาร, กรกฎาคม 31, 2007

สุดฮ็อต

คุณอยากจะเป็นคนสุดฮ็อตสำหรับแฟนคุณคนเดียว
แต่ชวนห่อเหี่ยวไร้อารมณ์ในสายตาคนทั้งโลก
หรือยอมที่จะกลายเป็นคนนอกสเป๊กคนรักของคุณ
แต่ฮ็อตในสายตาคนทั้งโลก???

การบินไทยร่วมกับ สสส. จัดโครงการ “หยุดเหล้า หยอดกระปุก เพื่อพ่อ”

การบินไทยร่วมกับ สสส. จัดโครงการ “หยุดเหล้า หยอดกระปุก เพื่อพ่อ”


วันนี้ (27 ก.ค.2550) ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิธีเปิดโครงการ “หยุดเหล้า หยอดกระปุก เพื่อพ่อ” โดยมี เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดและนายชาญชัย สิงห์โตโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและบริหารทรัพยากรบุคคล ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการฯ และศ.นพ. อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม รองประธานคนที่ 2 คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมในพิธีฯ

เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กล่าวว่า การบินไทยได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการ “หยุดเหล้า หยอดกระปุก เพื่อพ่อ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้พนักงานของบริษัทฯ ทำความดีถวายในหลวง ด้วยการลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนำเงินออมที่ได้เข้าสมทบกองทุนพ่อหลวง 80 พรรษา ของมูลนิธิชัยพัฒนา นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนแนวพระราชดำริเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่มเงินออมในครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้แข็งแรง และสร้างสังคมให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีสุขภาพแข็งแรง และการดำเนินชีวิตอย่างมีหลักคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม

โดยในงานได้จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “หยุดเหล้า หยอดกระปุกเพื่อพ่อ” ดำเนินรายการโดย คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ และผู้ร่วมเสวนา อาทิ คุณสายเชีย วงศ์วิโรจน์ พรีเซ็นเตอร์โฆษณาชุด “จน เครียด กินเหล้า” คุณวริสร รักษ์พันธุ์ ผู้บริหารโรงแรมชุมพร คาบาน่า ผู้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น ด้าน ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ประธานคนที่ 2 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า “การสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปี 2524-2547 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าปี 2542 คนไทยใช้เงินซื้อเหล้า 40 บาท ต่อเดือน แต่ในปี 2547 ค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเป็น 5.15 เท่า คือ 206 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปแต่ละปีนับแสนล้านบาท ในปี 2550 นี้ สสส.และภาคีเครือข่ายขอจัดการณรงค์ให้เป็นปีแห่งการ ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเดินตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพราะน้ำเมาทำให้คนขาดสติ ลืมความพอประมาณและมีเหตุผล และเป็นที่น่ายินดีที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมทำกิจกรรมรณรงค์ในโครงการนี้ด้วย จึงอยากขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วม
แสดงพลังความดี ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในปี 2550 นี้ โดย ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วนำเงินค่าเหล้ามาบริจาคเข้า “กองทุนพ่อหลวง 80 พรรษา ในมูลนิธิชัยพัฒนา” เพื่อนำไปพัฒนาศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ โดยบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชื่อบัญชี “กองทุนพ่อหลวง 80 พรรษา เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา” เลขที่บัญชี 007-0-04190-3 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจุดบริการชำระเงิน ร้านเซเว่น ทุกสาขาเริ่มตั้งแต่ปีหน้า ซึ่งสามารถส่งสำเนาใบ pay in ใบเสร็จจากจุดบริการพร้อม ชื่อ- นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ไปที่โทรสาร 0-2734-6113 เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินจากมูลนิธิชัยพัฒนานำไปลดหย่อนภาษีได้


ทรูคอฟฟี่ สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่

ทรูคอฟฟี่ สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่
เปิดคลาสสอนภาษาจีน การันตีหลักสูตรโดย Quick Chinese
จาก มหาวิทยาลัยชิงหัว
เน้นสร้างสังคมเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด @ทรูไลฟ์ สยามฯ
กรุงเทพฯ 27 สิงหาคม 2550 ; ทรูคอฟฟี่ มามาดใหม่ เปิดหลักสูตรการสอนภาษาจีนขั้นพื้นฐาน จากสถาบัน Quick Chinese ภายใต้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยชิงหัว ร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จัดโปรแกรมการเรียนการสอนแนวใหม่สำหรับบุคคลทั่วไป ที่ให้ผู้เรียนสามารถพูดภาษาจีนได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเน้นความสนุกสนานเพลิดเพลินกับรูปแบบการสอนสไตล์ใหม่ไม่เหมือนใคร และได้ฝึกสำเนียงโดยตรงกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเจ้าของภาษา ซึ่งหลักสูตรการสอน ได้พัฒนามาจากการสอนภาษาจีนให้กับคนต่างชาติโดยใช้วิธีการสื่อสารโดยภาษากาย ซึ่งเป็นการแสดงกิริยาท่าทาง อารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งเป็นรูปแบบการสอนที่คนทั่วโลกสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องใช้ภาษาประจำแต่ละชาติในการถ่ายทอด อีกทั้งมี Role plays ที่ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสได้ฝึกพูด อ่าน เขียน ได้อย่างเต็มที่ พร้อมสื่อการสอนทันสมัย ณ ห้องเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ ชั้น 4 ทรูไลฟ์ สยาม สแควร์ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ร้านทรู คอฟฟี่ หรือ ทรูไลฟ์ ทุกสาขา หรือเว็บไซด์ www.truecoffee.com หรือโทร. 0-2658-4088


นายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่/ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การเปิดหลักสูตรการเรียนภาษาจีน ในแบบ Lifestyle Learning Program ครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่มทรู ผู้นำชีวิต Convergence Lifestyle ที่มุ่งมั่นตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์สังคมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ พร้อมเพิ่มเติมประสบการณ์ด้านภาษาแบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ทรูคอฟฟี่ และ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) โดยเลือกสรรหลักสูตร การเรียนภาษาจีนรูปแบบใหม่ เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ภายใต้ ชื่อ Quick Chinese ที่เหมาะสมกับคนไทย ปูพื้นฐานความรู้ด้านภาษาจีนอย่างถูกต้อง ให้สามารถสื่อสารภาษาจีนได้คล่องแคล่วเสมือนเจ้าของภาษาในระยะเวลารวดเร็ว ด้วยหลักสูตร 3 ระดับ อาทิ ภาษาจีนขั้นต้น ภาษาจีนขั้นกลาง และภาษาจีนขั้นสูง ซึ่งทุกหลักสูตรออกแบบให้คนไทยรุ่นใหม่เข้าใจง่าย สนุก และนำไปใช้ได้ถูกต้อง ซึ่งประเดิมเปิดหลักสูตรภาษาจีนขั้นต้นเพื่อปูพื้นฐานด้านภาษาจีนก่อน พร้อมกันนี้ผู้เรียนที่ผ่านการสอบจะได้รับใบรับรองจากสถาบันสอนภาษา Quick Chinese ภายใต้มหาวิทยาลัยชิงหัว และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เทียบโอนหน่วยกิตในวิชาภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยได้ทันที (สำหรับผู้ที่ผ่านการเรียนระดับ 1 และ 2: intro to Chinese จนถึงระดับ 3: Chinese I)


สำหรับหลักสูตรพื้นฐานภาษาจีน Quick Chinese ที่ทรูคอฟฟี่จัดขึ้นนี้ เหมาะกับบุคคลทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน โดยภาษาจีนขั้นต้น ที่ให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารใช้งานได้จริง ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เวลาเรียน 72 ชั่วโมง (3 วันต่อสัปดาห์ / วันละ 3 ชั่วโมง) ในราคาเพียง 11,380 บาทเท่านั้น โดยจะเริ่มเปิดสอน ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน นี้ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้านทรู คอฟฟี่ หรือ ทรูไลฟ์ ทุกสาขา หรือเว็บไซด์ www.truecoffee.com หรือโทร. 0-2658-4088

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 26, 2007

wish

วันนี้มาล้วงลึกเรื่องความอยากกันบ้างดีกว่า

What super power would you wish for?
ถ้าเลือกได้ คุณอยากมีพลังพิเศษแบบไหน? และทำไม?
อยากอ่านความคิดคนได้ครับ มาทำมาหากินในประเทศแถวๆ นี้ที่มันงมงายๆได้สบายล่ะทีนี้ เป็นหมอดูมันเสียเลย


What kind of hi-tech gadget
would you wish for right this minute?
อุปกรณ์ไฮเทคอะไรที่คุณอยากได้มาไว้ในครอบครองที่สุดเวลานี้?
เครื่องบินเจทไร้เสียง จอดไว้หน้าบ้านคงจะเท่น่าดู หุหุ


Which celebrity would you wish you ran into
in the public restroom?
คุณอยากบังเอิญเจอคนดังคนไหนในห้องน้ำสาธารณะ?
เอิ่ม.. ไม่ค่อยบ้าดาราเสียด้วยสิ เพราะเจอแล้วก็คงแค่มอง เอาเป็นใครบิยองเซ่แล้วกันครับ ชอบๆ เอ๊.. หรือจะเอลวิสดีนะ


What language would you wish you are fluent in,
besidesThai and English?
นอกจากภาษาไทยกับอังกฤษแล้ว คุณอยากพูดฟังอ่านเขียนภาษาอะไรคล่องปรื๋อ?
ญี่ปุ่น แน่นอนครับ จะเอาไว้ดูหนังโป๊ จะได้เสียวสบายอย่างเข้าใจกันมากขึ้น อิต๊ะๆ


What part of your body
would you wish they got bigger/smaller?
อวัยวะส่วนไหนของร่างกายคุณที่คุณอยากให้มัน 1)ใหญ่ขึ้น และ 2) เล็กลง
1) ไม่แน่ใจว่าถ้าสมองใหญ่ขึ้น หมายความว่าจะฉลาดขึ้นหรือเปล่านะครับ 2) พุง


Which bad experience you wish you could just
erase out of your life?
คุณอยากลบประสบการณ์เลวร้ายอะไรออกไปจากชีวิตและความทรงจำมากที่สุด?
เผาบ้านตัวเอง (ด้วยความซน)

สนุกชิมิล่า.. อย่าลืมทำ surveys อื่นๆ ด้วยนะครับ

วันพุธ, กรกฎาคม 25, 2007

กว่าจะได้ตู้เย็น

การจะเลือกตู้เย็นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นปัญหาระดับชาติ ที่ทางรัฐควรจะวางนโยบายปลูกฝังความรู้กันเสียแต่ยังปฐมวัยกันอยู่เลย (จะซีเรียสไปไหน)

เพราะการเลือกตู้เย็นที่ดีนั้น ไม่ใช่จะเอาแต่ตู้ที่เปิดมาแล้วให้ความเย็น แบบเจี๊ยบๆ มันต้องประหยัดไฟ ไม่เป็นพิษภัยต่อสภาวะแวดล้อม มันถึงจะเวิร์ก

เอาละ พอๆ มันจะซีเรียสไปกันใหญ่แล้ว
เข้ามาสู่ขั้นตอนการเลือกซื้อตู้เย็นตามห้างสรรพสินค้ากันเลย

ด่านแรกที่คุณต้องผ่านให้ได้คือ พี่ๆ ทีมงาน
ใช่แล้วครับ ไอ้พวกที่พอคุณแต่งตัวดี มีบารมีแผ่ซ่านแล้วมันจะเดินดุ่ยเข้ามาเลาะๆ อยู่บริเวณรัศมีขนจมูกกันเลย "มีใครมาบริการหรือยังครับพี่" สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง โดยที่คุณไม่ต้องพกเมตตามหานิยม หรือจตุลายคราม มันก็ไอ้พนักงานขายคนเดียวกันกับเมื่อวานที่คุณใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืดคอย้วย เดินผ่านหน้าแล้วมันยังทำตัวหยิ่งไม่เข้าท่า แต่วันนี้ พอแต่งตัวดีหน่อย มันพุ่งตรงเข้ามาราวกับโดนยาเสน่ห์

ด่านต่อไป สาริกาลิ้นทอง
"รุ่นนี้ดีนะครับ ประหยัดไฟ เงียบดีด้วย ยี่ห้อนี้เขาผลิตให้ยี่ห้อดังๆ หลายยี่ห้อ" ต่อมเชียร์มันเริ่มตอกบัตรทำงานทันที
อย่าครับ อย่าหวังว่าคุณจะมีความสุขในการเดินเลือกตู้เย็น อย่างมีสมาธิ ค่อยๆ ซึมซับ ศึกษาคุณสมบัติของตู้เย็นในแต่ละรุ่น
เพียงคุณเอามือไปสัมผัสกับตู้เย็นที่อยู่ตรงหน้า ระบบก็จะส่งสัญญาณทันที
"อย่าครับพี่ อย่า! รุ่นนี้ผมไม่แนะนำ ยี่ห้อนี้ไม่ดีเลย โห..มีลูกค้าเคยซื้อไป ต้องรีบเอากลับมาเปลี่ยนเชียว"
คุณอาจจะตกใจสะดุ้งโหยงนึกว่ากูทำผิดตรงไหนรึป่าววะเนี่ย แค่แตะตู้เย็นเนี่ยนะ หรือว่าซึนามิจะมา ไม่เป็นไรครับ ตั้งสติให้ดีเพราะตอนนี้ข้อมูลได้ประทับร่างพี่ทีมงานเข้าให้แล้วครับ ไมโครชิพที่ถูกฝังเอาไว้ในตัวจะส่งสัญญาณเตือนไปยังสมองทันที แล้วข้อมูลก็จะพรั่งพรูออกมาอย่างบ้าคลั่ง กู่ไม่กลับทันที ขั้นตอนนี้อย่าเขว อย่าเกรงใจ อยากได้ยี่ห้อไหน โชว์ความมั่นใจซื้อไปเลย เพราะไอ้ข้อมูลที่หลั่งไหลมาน่ะ ลองเดินไปถามพี่ทีมงานอีกคนเหอะ มันจะเชียร์กันคนละยี่ห้อ
อย่าไปเสียวูบ หลงคารมการเฟกเพื่อปากท้องของพี่ๆ ทีมงานเขา

อยากได้ยี่ห้อไหน ซื้อไปเลยอย่ามาติ๋ม

ตกลงว่าผมซื้อ อิเลคโทลักซ์ ครับ เห็นพี่ๆทีมงานเขาบอกว่าดี แหะๆ

โอลิมปิก เหรียญทอง

ประกาศผลการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระดับโลกทีไร เด็กไทยชนะอย่างบ้าคลั่งทุกปี
ปีนี้ก็เช่นเคยชนะกันล้างผลาญถึง 5-6 คน
โอ้ย.. พวกคนแก่ในหน่วยงานต่างๆ ดีใจกันหน้าบาน
หยุดเลี้ยงหลาน มาจัดงานเลี้ยงฉลองกันเป็นที่เอิกเกริก
มันคงดีใจจนลืมคิดไปกันอ่ะ ว่าพอไอ้เด็กฉลาดๆ พวกนี้โตขึ้น มันหายหัวไปไหนหมด
จะว่าเด็กมันสมองฝ่อเพราะสภาพอากาศเมืองไทย ก็ไม่น่าจะใช่
ทำไมมันไม่ได้เข้ามาช่วยพัฒนาประเทศกันบ้างเลย
เวียดนามเขาไม่เคยชนะหรอกได้เหรียญทองอ่ะ
แต่เขากำลังจะแซงเราไปแล้ว

หรือตอนอีตาแก่กำลังฉลองแฮปปี้ดีใจกันอยู่
ฝรั่งมันก็กำลังกระหยิ่มอยู่ในใจ
เดี๋ยวกูจะต้องตัวไอ้พวกนี้มาทำงานอยู่ประเทศกูให้หมดเลย อิอิ

ไอ้แก่.. กะไอ้พวกหัวดำ กินข้าวสารอาหารเม็ด
ก็ฟูมฟัก เด็กรุ่นใหม่ไปเอาชนะโอลิมปิกปีต่อไป
เอ้า..มาภูมิใจกันหน่อยเร็ว บ้านเรามีแต่คนเก่งๆ

วันอังคาร, กรกฎาคม 24, 2007

when i was young

ลองมานั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีตไปสมัยเด็กๆ กันนะครับ

1. ตอนเด็กๆ โดนล้อว่าอะไร/เรื่องอะไรครับ
- ผมโดนล้อเรื่องจมูกกับปากครับ ไม่มีดั้งกับปากห้อย 555

2. ตอนเด็กๆ โดนตีหนักที่สุด/ลงโทษหนักที่สุด เรื่องอะไร
- สอบตก แม่ตีจนต้องวิ่งหนีออกจากบ้าน

3. ตอนเด็กๆ เคยขโมยอะไรหรือเปล่า
- เหะๆ บาปมากเลย ไปหาเพื่อนที่บ้าน แต่มันกำลังหลับอยู่ เลยแอบขโมยหนังสือโป๊มันมาซะงั้น

อันนี้คงไม่ยากนะครับ ลอง comment กันดูขำๆ

what say you?

คุณๆ เคยคิดแบบปรี๊ดส์จี๊ดสมองกันบ้างหรือไม่ว่า ไอ้เรื่องเหล่านี้ถ้ามันเกิดขึ้นกับคุณ เป็นคุณจะพูดว่าอย่างไร ผมจำได้ว่าเคยดูโดราเอมอนตอนที่โนบิตะอยากรู้ว่าไจแอนท์จะว่ายังไงถ้ารู้ว่าการ์ตูนที่ยืมมาอ่านตกท่อไปแล้ว แล้วโดราเอมอนก็หยิบของวิเศษอะไรสักอย่างออกมาให้โนบิตะอีกเช่นเคย อ๊ะ.. ถ้าเป็นคุณจะพูดว่าอย่างไร
ถ้า..

1. ครั้งแรกในชีวิตที่มีคนมาสารภาพรักกับคุณ คุณตอบเขาไปว่าไง (และในทางกลับกัน ครั้งแรกที่คุณไปสารภาพรักชาวบ้าน คุณพูดว่าอย่างไรครับ)

2. โดนแซงคิวหน้าตาเฉย, คนนั่งดูหนังข้างๆ คุยโทรศัพท์เสียงดังชิบหาย, มีคนมาขอยืมโทรศัพท์บอกว่ามีเรื่องด่วน เรื่องเหล่านี้เจอเข้ากับตัวจะพูดว่ายังไงครับ

3. บนเวทีงานแต่งงานของคุณ พิธีกรบนเวทีเชิญให้คุณกล่าวอะไรสักอย่าง คุณจะหันไปพูดอะไรกับคนข้างๆคุณ ต่อหน้าทุกคนครับ

4. ถ้าคุณต้องสกรีนคำเพียงคำเดียวลงบนเสื้อยืดตัวโปรดของคุณ(วลีหรือประโยคก็เหอะ) จะพูดว่าอะไรครับ (ภาษาอะไรก็ได้)

5. ถ้าหน้าประตูห้องนอนของคุณจะแขวนป้ายเอาไว้สักอันหนึ่ง ป้ายนั้นจะเขียนว่าอะไร

6. คุณจะพูดว่าอะไร ถ้าคุณได้รับรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในสาขาอาชีพที่คุณทำ

7. คุณอยากให้แผ่นจารึกบนหลุมศพของคุณเขียนไว้ว่าอย่างไร

555 สนุกชิมิล่า

วันจันทร์, กรกฎาคม 23, 2007

KFC กับ หลวงพ่อ

หลังจากเฝ้าดูยอดขายที่ตกต่ำลงมา 3 เดือน ของไก่ทอดเคนตั๊กกี้
ผู้พันแซนเดอร์ส (คนคิดสูตร KFC) ได้โทรศัพท์หาพระสันตปาปาเพื่อขอความช่วยเหลือ

พระสันตปาปากล่าว : "พ่อจะช่วยอะไรลูกได้บ้าง"
ผู้พันตอบ : "ผมอยากให้คุณพ่อช่วยเปลี่ยนบทสวดประจำวันจาก ขอบคุณพระเจ้า ที่ประทานขนมปังให้แก่เรา เป็นขอบคุณพระเจ้าที่ประทานไก่ทอดให้แก่เรา"
"ถ้าหากคุณพ่อทำได้นะ ผมจะบริจาคให้วาติกัน 10 ล้านดอลลาร์"
พระสันตปาปาตอบ : "พ่อเสียใจนะลูก นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า พ่อเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก"

หลังจากนั้นอีกเดือนหนึ่ง ยอดขายก็ตกต่ำลงกว่าเก่าอีก
ผู้พันเริ่มเครียด จึงโทรหาพระสันตปาปาอีกครั้ง
ผู้พัน : "ฟังนะครับคุณพ่อ ผมต้องการความช่วยเหลือของท่านมาก ผมจะบริจาค 50 ล้านดอลลาร์ถ้าท่านเปลี่ยน คาถาในบทสวดจาก "ขนมปัง" เป็น "ไก่ทอด" เท่านั้นเอง "
พระสันตปาปาตอบกลับมาว่า : "ลูกเริ่มทำให้พ่อลังเลแล้วนะ ผู้พันแซนเดอร์ส โบสถ์สามารถใช้เงินที่ลูกบริจาค ทำประโยชน์แก่สาธารณชนได้มากมาย แต่พ่อคงต้องขอยืนกราน นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า พ่อคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้"

ผู้พันแซนเดอร์สต้องผิดหวังกลับไปอีกครั้ง แต่เมื่อสองเดือนผ่านไปพร้อมกับยอดขายที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด
ผู้พัน : "คุณพ่อครับ นี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้าย ถ้าพ่อเปลี่ยนคำในบทสวดจาก "ขนมปัง" เป็น "ไก่ทอด" ผมจะบริจาคให้สำนักวาติกัน 100 ล้านดอลลาร์"
พระสันตปาปาตอบ : "ขอเวลาพ่อคิดก่อนนะ แล้วพ่อจะติดต่อกลับไป"

วันต่อมา พระสันตปาปาเรียกประชุมบิชอปทั้งหมดในคณะและเริ่มแถลงว่า
"พ่อมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายนะ ข่าวดีคือ KFC กำลังจะบริจาคเงิน ให้สำนักวาติกันของเรา 100 ล้านดอลลาร์"
เหล่าบิชอปต่างพากันปลาบปลื้มกับข่าวดีนี้

บิชอปท่านหนึ่งจึงถามถึงข่าวร้ายบ้าง
พระสันตปาปาตอบ : "ข่าวร้ายก็คือ เราคงต้องยกเลิกสัญญากับ บริษัทขนมปังฟาร์มเฮาส์แล้วน่ะสิ

ตู้เย็น

เรื่องมีอยู่ว่า ผมย้ายบ้านครับ
จากบ้านหลังเดิม ย้ายไปบ้านหลังใหม่
ขนของทุกอย่างไปด้วย รวมทั้งตู้เย็นยี่ห้อซัมซุง
ก่อนหน้าที่จะขนย้ายตู้เย็น มันก็มีอาการน้ำขังอยู่ในตู้
เหมือนน้ำแข็งมันละลาย น้ำนองเต็มตู้เลยครับ

แล้วพอย้ายมาตั้งที่บ้านใหม่ได้อาทิตย์เดียว
จู่ๆ มันก็พักงาน หยุดทำความเย็นไปเสียดื้อๆ
ผมก็โทรปรึกษาช่างซ่อมตู้เย็นแถวบ้าน คาดเดาเอาว่า
น้ำยาทำความเย็นอาจจะหมด
หรือท่อน้ำยาอาจจะรั่วต้อง อ็อก ใหม่
ค่าใช้จ่ายก็ประมาณพันบาท

ลองหาข้อมูลในเนตดูจากคนที่เคยใช้
ก็ได้ความว่าถ้าโทรตามช่างของซัมซุง
ค่าบริการเริ่มต้นที่แปดร้อยบาท

หึ หึ... ซื้อใหม่ดีกว่า
ซ่อมไปเกิดรั่ว หรือ ไม่เย็นอีกก็ไม่คุ้ม
เมื่อวานก็ไปเดินชมสวนตู้เย็นตามห้างมาแล้วครับ
คนขายเชียร์ให้ซื้อ โตชิบา กับ ชาร์ป
แต่ผมสนใจพานาโซนิครุ่นที่มีช่องฟรีสอยู่ด้านล่าง
พนักงงานขายบอกว่ามันไม่ดี
มันเปลืองไฟกว่ารุ่นที่ช่องฟรีสอยู่ด้านบน
เพราะการทำต้องเป่าความเย็นขึ้นด้านบน
มันจะทำงานหนักกว่าการเป่าลงด้านล่าง
ไม่รู้ว่าพนักงานรู้จริงป่าว...

ที่บ้านเพื่อนๆ ใช้ยี่ห้ออะไรกันอยู่ครับ
อยากได้ที่ทนทานหน่อย
คือเวลาซื้อไอติมมากะมาแช่กินที่บ้าน
แล้วตู้เย็นเสียเนี่ย มันเสียอารมณ์อ่ะครับ

นกแอร์ สานต่อโครงการ “Nok Gives Life” ให้ชีวิตใหม่แก่เยาวชนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการโดยกำเนิด

กรุงเทพมหานคร 23 กรกฎาคม 2550 - นกแอร์ สายการบินของคนไทย ให้บริการทุกเที่ยวบินด้วยรอยยิ้ม ได้สานต่อโครงการเพื่อการกุศล “Nok Gives Life” เป็นปีที่สองติดต่อกัน เพื่อช่วยหารายได้สมทบทุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้การช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการโดยกำเนิด เนื่องในโอกาสที่สายการบินนกแอร์ ครบรอบ 3 ปี

โครงการ “Nok Gives Life” เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์ของสายการบินนกแอร์ ที่ใคร่ขอตอบแทนคุณค่าของสังคมไทยและผู้โดยสารทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนสายการบินเสมอมา โดยในปีที่ผ่านมา นกแอร์ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จำนวนทั้งสิ้น 1,760,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ สามารถช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการโดยกำเนิดได้ 74 คน

“สายการบินนกแอร์ มีความยินดีที่ได้สานต่อความตั้งใจของโครงการ “Nok Gives Life” ครับ ซึ่งทุกปีที่ครบวันเกิดของเรา นกแอร์อยากให้น้องๆผู้ด้อยโอกาสได้มีชีวิตใหม่อยู่ต่อไป จึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว” กล่าวโดย คุณสีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์

“โดยนกแอร์จะหารายได้ ด้วยการจัดจำหน่ายพวงกุญแจ ราคาเพียงชิ้นละ 40 บาท ทุกท่านสามารถซื้อได้บนทุกเที่ยวบินของนกแอร์ เคาน์เตอร์สายการบินนกแอร์ รวมถึงเคาน์เตอร์ของสายการบิน เอส จี เอ ซึ่งเป็นพันธมิตรของนกแอร์ ภายในท่าอากาศยาน 14 แห่ง ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ปาย เชียงราย อุดรธานี เลย ภูเก็ต หาดใหญ่ ตรัง นครศรีธรรมราช กระบี่ และหัวหิน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 กันยายน 2550” คุณสีหพันธุ์ กล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่นกแอร์ประจำจุดบินต่างๆ ทั่วประเทศ จะทำการออกจำหน่ายพวงกุญแจนอกสถานที่ตามเขตชุมชนหรือกิจกรรมท้องถิ่นต่างๆ เพื่อขยายการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชนให้มากขึ้น รายได้จากการจำหน่ายพวงกุญแจจะร่วมสมทบทุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ซึ่งนกแอร์จะคงกิจกรรมที่ดีนี้ตลอดไป เพื่อฉลองวันเกิดของนกแอร์และมอบสิ่งดีๆกลับคืนสู่สังคมครับ”

“กระผมใคร่ขอแสดงความขอบคุณต่อสายการบินนกแอร์สำหรับโครงการการกุศลนี้ ซึ่งได้ดำเนินติดต่อกันเป็นปีที่สองแล้ว และคาดหวังที่จะเห็นต่อๆไปในอนาคตครับ เพื่อช่วยหารายได้สมทบทุนของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ” กล่าวโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ บุญชอบ พงษ์พาณิชย์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ “ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาโรคหัวใจพิการโดยกำเนิด ซึ่งเด็กๆก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน และหนทางที่จะทำการรักษานั้น คือการช่วยชีวิตเด็กโรคหัวใจให้ได้รับการผ่าตัดทันท่วงที อันเป็นสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตน้อยๆเหล่านี้ให้มีความสุขได้ อนึ่ง สังคมไทยยังขาดการรับรู้ถึงภัยของโรคหัวใจพิการโดยกำเนิดนี้มาก อาจเป็นไปได้ที่การสื่อสารสู่ประชาชนนั้นยังไม่เพียงพอกระผมจึงหวังว่าด้วยการสนับสนุนจากสายการบินนกแอร์ จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยเราในทางที่ดีขึ้นต่อๆไปครับ”

“Bacardi present Dance Anthems”

ปาร์ตี้ “บาคาร์ดี” ดึง “Miss Maxim 2007” พร้อมคนบันเทิง และ ดีเจ.

ร่วมเปิดอัลบั้มล่าสุด ของ “The Chemical Brother” วงดนตรีสุด ฮอตจากอังกฤษ

Ø“บาคา ร์ดี” จัดปาร์ตี้รวมพลพรรครักเพลง อิเล็กทรอนิก แดนซ์ บีทส ยุค 90 s ในงาน “Bacardi present Dance Anthems” (บาคาร์ดี พรีเซนต์ แดนซ์ แอ นเธมส) ดึง ซี๊ด นรเศรษฐ และ ป๊อก สไตลีส นอน เซนต์ ดีเจ.มือหนึ่งของไทยสร้างความมันและเปิดอัลบั้มล่าสุด ของ “The Chemical Brother” สุดยอดวงดนตรีฮอต จากอังกฤษ โดยมีคนบันเทิง อาทิ Miss Maxim ปีล่าสุด ป่าน คัทยวรรณ และ ดอม บรรณาธิการ นิตยสาร Maxim พร้อมด้วย ดีเจ.พล่ากุ้ง จากฮอตเวฟ, แดน - ดนัย จิรา และกัญทิพา โกยะวาทิน แบรนด์ เมเนเจอร์ บริษัท บาคาร์ดี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ชั้น 47 ครั้งแรกบน Top Floor อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ ทาวเวอร์ สีลม เมื่อ ค่ำวันก่อน

งาน"The Perfect Place for the Perfect Wedding" ณ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

สุนีย์ อุทัยกิตติศัพท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ร่วมกับสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ ของบิวตี้ เจมส์ พร้อมทั้งเมก้า ศรีอรทัยกุล และทิพาพร อัชนันท์ จากห้องเสื้ออัญชลี กูตูร์ จัดงาน "The Perfect Place for the Perfect Wedding" โดยมี สุธาสินี พุทธินันทน์ และม.ร.ว. ศรีคำรุ้ง ยุคล มาร่วมเดินแบบชุดวิวาห์และโชว์เครื่องเพชรรวมมูลค่า 200 ล้าน ที่ห้องบอลรูม โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

จากภาพ : (จากซ้ายไปขวา)

1. แววดาว ชัยถิรสกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

2. ทิพาพร อัชนันท์ จากห้องเสื้ออัญชลี กูตูร์

3. สุนีย์ อุทัยกิตติศัพท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ

4. อัญชลี แทม สร้อยวิมล จากห้องเสื้ออัญชลี กูตูร์

5. ม.ร.ว. ศรีคำรุ้ง ยุคล

6. สุธาสินี พุทธินันทน์

7. เมก้า ศรีอรทัยกุล

8. สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการของบิวตี้ เจมส์

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 22, 2007

สมองมิสเตอร์บีน

1.สมองมิสเตอร์บีน



หมอ : หมอเสียใจที่ต้องบอกคุณว่าคุณมีเนื้องอกในสมอง
มิสเตอร์บีน : ต้องอย่างนั้นสิ!!!!(กระโดดดีใจตัวลอย)
หมอ : คุณเข้าใจในสิ่งที่หมอพึ่งจะบอกคุณไหมนี่
มิสเตอร์บีน : แน่นอนสิครับ หมอคิดว่าผมโง่รึไง
หมอ : ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงดีใจล่ะ
มิสเตอร์บีน :เพราะนั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวผมเองก็มีสมองน่ะสิครับ


2. มิสเตอร์บีนวัยประถม



อาจารย์ : 4+5 ได้เท่ากับเท่าไหร่
มิสเตอร์บีน : 9
อาจารย์ : แล้วถ้า 5+4 ล่ะ
มิสเตอร์บีน : ครูคิดจะหลอกผมหรือไง ครูพึ่งจะสลับตำแหน่งตัวเลขนะ
คำตอบคือ6

3. ขณะอยู่ในร้านขายยา



มิสเตอร์บีน : ผมอยากได้วิตามินสำหรับหลานชายของผม
เภสัชกร : ทานโทษ วิตามิน A B หรือ C ล่ะครับ
มิสเตอร์บีน : อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ หลานของผมยังไม่รู้จักตัวอักษรหรอก

4. ที่ตู้ ATM



เพื่อน : แกมองอะไรน่ะ
มิสเตอร์บีน : ฉันรู้เลขรหัสของแกด้วยล่ะ ฮี่ๆๆ
เพื่อน : ดีล่ะ งั้นบอกมาสิเลขรหัสของฉันคืออะไร
มิสเตอร์บีน : ดอกจันสี่ตัวไงล่ะ !!! (****)

5. กับเพื่อนน่ะ



เพื่อน : หนัง VDO. ที่แกยืมฉันไปเป็นไงบ้างล่ะ สนุกไหม
มิสเตอร์บีน : นายจะให้สนุกตรงไหนล่ะ
ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นหนังสยองขวัญเสียมากกว่า ฉันมองไม่เห็นภาพอะไรเลย
เพื่อน : แล้วแกเอาเรื่องอะไรไปล่ะ
มิสเตอร์บีน : ม้วนล้างหัวเทป

6. การตายของแม่
มิสเตอร์บีน : (ร้องไห้) หมอพึ่งโทรมาบอก แม่ของฉันตายเสียแล้ว
เพื่อน : เสียใจด้วยนะเพื่อน
มิสเตอร์บีน : (2 นาทีต่อมา) ร้องไห้ดังยิ่งกว่าเดิม
เพื่อน : เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะทีนี้
มิสเตอร์บีน : น้องสาวฉันก็พึ่งโทรมาบอกว่าแม่ของเธอก็ตายด้วยเหมือนกัน

7. มิสเตอร์บีนมาถึงในงานเลี้ยง



แขกผู้มาร่วมงาน : ขอโทษที่มาสาย ผมมัวแต่ติดอยู่ในลิฟท์ตั้ง 4
ชม.เพราะไฟดับ
มิสเตอร์บีน : ไม่เป็นไรหรอก ผมเองก็มัวแต่ติดอยู่ที่บันไดเลื่อนตั้ง
3ชม.เหมือนกัน

8. วิชาสะกดคำ



ลูกชาย : พ่อฮะ คำว่า successful นี่มีตัว C ตัวเดียวหรือว่า 2 ตัวฮะ
มิสเตอร์บีน : ใส่เผื่อไปเลย 3 ตัวเพื่อความแน่ใจลูก

ศพอมยิ้ม

เจ้าหน้าที่ส่งศพสามศพไปที่ห้องชันสูตร
ทุกศพมีใบหน้ายิ้มละไม
นักสืบจึงไปสอบถามสาเหตุจากเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ
"รายนี้ชื่อโจนส์ ตายเพราะหัวใจวายคาอกเมีย" เจ้าหน้าที่ตอบ "ตอนสิ้นใจเขาจึงยิ้ม"
"เข้าใจละ แล้วรายต่อไปเป็นไรตาย"
"สมิทเพิ่งถูกล็อตเตอรี แต่ทะเล่อทะล่าออกไปที่ถนนจนรถเมย์ชนตาย ใบหน้าจึงยังยิ้มอยู่"
"แล้วคนที่สามล่ะ"
"คนสุดท้ายเป็นคนจนแถมทึ่ม ๆด้วย ถูกฟ้าผ่าตายซ้ำตั้งหลายครั้งขณะปีนต้นไม้"
"อ้าว แล้วทำไมยิ้มล่ะ"
"นึกว่ามีคนแอบถ่ายรูปเขาน่ะสิ"

เอสแคป โรแมน แพคเกจ ที่โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน และกรุงเทพฯ

สัมผัสสุดยอดแห่งการผ่อนคลายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก ท่ามกลางหมู่แมกไม้ธรรมชาติ และความร่มรื่นของสายน้ำ ณ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ที่ตั้ง ไม่ห่างไกลจากศูนย์กลางกรุงเทพฯ และปลีกตัวออกจากความวุ่นวายในเมืองได้อย่างลงตัว เราขอมอบโอกาสสุดพิเศษด้วย แพ็กเกจ เอสเคป โรแมนซ์ แพ็กเกจที่จะมอบประสบการณ์แห่งความประทับใจไม่รู้ลืม ซึ่งประกอบไปด้วย ห้องพักสุดหรู 1 คืน ต้อนรับวันใหม่ด้วยอาหารเช้าบริการเสิร์ฟพิเศษถึงห้องพัก พร้อมแชมเปญรสชาติเยี่ยม 1 ขวด มอบช่วงเวลาแห่งความประทับใจให้ตัวคุณและคนที่คุณรัก ด้วยราคาห้องพักเริ่มต้นที่ราคา 215** เหรียญสหรัฐ สำหรับห้องพักวิวแม่น้ำเจ้าพระยา แพ็คเกจนี้ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 3 1 ตุลาคม 2550 ศกนี้เท่านั้น

ราคานี้ยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ แพ็คเกจดังกล่าวขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและจำนวนห้องพักที่ว่าง

สำรองห้องพักหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายสำรองห้องพักที่ (66) 2 477 0755

อีเมล์ reservemarriott@minornet.com

เอสแคป โรแมน แพคเกจ ที่โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน

ให้เวลากับตัวเอง และคนที่คุณรัก ที่โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ที่ ซึ่งพร้อมให้การบริการที่ดีสุด แวดล้อมด้วยบรรยากาศสุดหรูแก่คุณ สัมผัสความสงบ สวนสวยไม้เมืองร้อนนานาพันธุ์ นับตั้งแต่คุณย่างเข้าสู่โรงแรม

แมริออท หัวหิน เป็นรีสอร์ทและสปาที่มีห้องพักจำนวน 216 ห้อง ตั้งอยู่บนชายหาดทรายขาว และสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหัวหินได้อย่างง่ายดาย มีห้องอาหาร 4 ห้องและบาร์ 2 แห่ง คิดส์ คลับ สระว่ายน้ำและสระจากุซซี่ สนามเทนนิส ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และมันดารา สปา นอกจากนี้โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหินยังเพิ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทที่พักนักท่องเที่ยวแบบที่พักตากอากาศ จำนวนห้องพัก 80 ห้องขึ้นไป (ภาคกลาง) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท)

แพคเกจจะรวมห้องพักหรูวิวทะเลหัวหิน อาหารเช้าสำหรับสองท่านพร้อมแชมเปญ 1 ขวด เสิร์ฟโดยพนักงานรูมเซอร์วิสของโรงแรมฯ นอนหลับฝันหวานไปกับเตียงแบบใหม่ที่เพิ่มความหนานุ่ม ผ้าปูที่นอนกลิ่นหอมและนุ่ม เพิ่มจำนวนหมอนหนุนให้สบายยิ่งขึ้น แพคเกจดังกล่าวราคาเริ่มต้นที่ 6650 ++ บาท ต่อห้องต่อคืน ใช้ได้ตั้งแต่ตอนนี้ถึงวันที่ ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2550 ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ สำรองห้องพักหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายสำรองห้องพักที่ (66) 2 477 0755

อีเมล์ reservemarriott@minornet.com

มร.สตีเฟ่น เคอร์วิน ผู้เชี่ยวชาญด้าน Neuromuscular ณ ศูนย์สุขภาพองค์รวมตรัยยา

สตีเฟ่น เคอร์วิน หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน Neuromuscular massage ที่ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการพบมากที่สุด ซึ่งได้ตอบรับคำเชิญจากศูนย์สุขภาพตรัยยา (TRIA) ศูนย์สุขภาพองค์รวมที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ที่มีความครบครันและยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและเอเชีย ซึ่งได้เปิดให้บริการด้านการบำบัดและฟื้นฟูร่างกายแบบองค์รวมอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน Neuromuscular โดยพร้อมให้คำปรึกษาและรักษาแบบธรรมชาติบำบัดโดยวิธีการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และ Sport Massage....

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 8, 2007

ร่วมสนุก

บางส่วนของผู้อ่านที่ส่งเรื่องเข้ามาร่วมสนุกชิงน้ำหอม เชิญอ่าน.. และเชิญส่งเรื่องเข้ามาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะครับ

และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง วันที่ 16 พฤศจิกายน 2545 เวลา 00.05 น. เที่ยวบิน TG 930 จากสนามบินดอนเมือง ความตื่นเต้นได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่สนามบินดอนเมือง จากคนที่เคยไปสนามบินเพื่อไปส่งเพื่อน ญาติเดินทางไปสถานที่ต่างๆ แต่วันนี้ ณ เวลานี้ ไปในฐานะผู้เดินทาง ความรู้สึกที่แตกต่างกันสามารถรู้สึกได้ทุกๆย่างก้าวที่เดิน มีทั้งพ่อแม่ พี่และน้องไปส่ง บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นทุกทีเมื่อตอนที่เดินเข้าไปเช็คอินท์ที่เคาเตอร์ของสายการบิน ได้ทราบว่าไฟล์นี้ผู้โดยสารเต็มทั้งลำ แถมยังมีผู้โดยสารรอ stand by ทั้งๆ ที่บินด้วยเครื่องขนาดใหญ่ Boeing 747-400 ที่มีจำนวนที่นั่งมากเกือบสี่ร้อยที่นั่งก็ตาม ผมได้ที่นั่ง เลขที่นั่ง K55 เนื่องจากขอไว้ว่าอยากได้ที่นั่งติดหน้าต่างเพราะเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ check in มองหน้าแล้วก็ส่งรอยยิ้มให้พร้อมกับกล่าวว่า ขอให้สนุกกับการเดินทางและเที่ยวให้สนุก นับเป็นความประทับใจครั้งแรกที่ได้พบก่อนการเดินทางจะได้เริ่มขึ้น

ระหว่างนั่งรอขึ้นเครื่องภายในห้องพักผู้โดยสาร ก็รู้สึกตื่นเต้นยังไม่ก็ไม่รู้ ดีใจอย่างบอกกไม่ถูก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรกลับบ้าน เล่าบรรยากาศตรงนั้นให้ฟัง รู้สึกเหมือนฝัน ไม่คาดว่าตัวเองกำลังจะได้เดินทางไปเที่ยวยังต่างประเทศ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะได้ขึ้นเครื่องบินที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก เคยเห็นแต่ตอนจอดอยู่ที่ลานบิน บนท้องฟ้า แต่ตอนนี้ อีกไม่กี่นาทีกำลังจะได้เดินเข้าไปในเครื่องจริงๆซักที และแล้วเวลานั้นก็มาถึง ช่วงเวลาที่เดินเข้าไปผมรู้สึกตื่นเต้นมากอย่างบอกไม่ถูก กลัวก็กลัวว่าจะทำอะไรไม่ถูก เพื่อนก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่า ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ ผมก็แอบๆ ยิ้ม แต่ก็อดไม่ได้ เครื่องที่บินวันนี้ ชื่อ “เจ้าพระยา” เป็นนามพระราชทานฯ ดูสง่า และใหญ่โต กว่าที่ผมคิดไว้เยอะมาก ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่ประตูเครื่อง ก็พบกับแอร์ฮอสเตส สาวสวยสองท่าน แต่งชุดไทย ยืนทักทายสวัสดี พร้อมกับยิ้มอันประทับใจแก่ผู้พบเห็น ถือเป็นหนึ่งในความภูมิใจในความเป็นไทยที่แม้กระทั่งตัวผมเองก็สามารถรับรู้ได้ในขณะนั้น บรรยากาศภายในเครื่องดูคล้ายๆ ในทีวีที่เคยเห็น มีที่นั่งเต็มไปหมด เต็มไปด้วยผู้โดยสารชาวต่างชาติ จำนวนมาก แทบจะไม่มีคนไทยเลย นอกจากลูกเรือเท่านั้น กะประมาณผู้โดยสารคนไทยน่าจะไม่เกินสิบคน มีทั้งแอร์และสจ๊วตกะประมาณ สิบกว่าคน ที่กำลังยุ่งกับการตระเตรียมและจัดให้ผู้โดยสารเข้าที่เข้าทางพร้อมก่อนการเดินทาง

พอนั่งประจำที่ได้สักพัก เครื่อง ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากประตูจอด ความรู้สึกยิ่งทวีคูณความตื่นเต้น กลัวก็กลัว เนื่องจากเกรงว่าจะเมาเครื่อง แล้วจะไม่สนุก เครื่องเคลื่อนมาจนถึงจุดที่หัวรันเวย์“Cabin crew prepair for take off” เสียงประกาศจากกัปตันของเครื่อง ก็ประกาศให้ทราบว่า กำลังจะนำเครื่องขึ้นสู่ท้องฟ้า วูบแรกทันที่เครื่องเร่งความเร็ว ประมาณ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไปบนรันเวย์ ภายนอกหน้าต่างที่ขณะนี้ก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว มีเพียงแสงไฟของอาคารในสนามบินเป็นระยะๆ ไม่ทันไร ที่ผมยังไม่ทันหายตื่นเต้นเครื่องก็เชิดหัวขึ้นสู่ท้องฟ้า รู้สึกเหมือนเราบินได้ค่อยๆ ลอยขึ้นไปสูงขื้นเรื่อยๆ หูเริ่มอื้ออึง มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพที่เห็น ตอนนี้เป็น ค่ำคืนที่มีแสงไฟ หลากหลายสี ทั่วกรุงเทพฯ ภาพมองดุสวยงามอย่างไม่เคยเห็น สักพัก ภาพนั้นก็หายไป เพราะเครื่องบินสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งสูงกว่าเมฆ เครื่องเริ่มปรับแนวบินตรงในระดับปกติ แต่รู้สึกได้ว่าบินสูงมาก เพราะเห็นว่า มีเมฆเป็นกลุ่มๆ อยู่ข้างนอกบ้าง ด้านล่างบ้าง มีเพียงโลโก้ การบินไทยที่ปลายปีก ขยับทักทายเป็นระยะๆ ที่เครื่องขยับ

ระยะเวลาผ่านไปสักครู่ กลิ่นความหอมจากในครัวก็เริ่มทำให้รู้สึกหิวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่ปกติเวลานี้ ต้องเข้านอนไปแล้ว สักพัก ทั้งแอร์สุดสวย แล้วสจ๊วต ก็เข็นรถออกมาบริการอาหารเย็น ไม่ผิดนะครับ เนื่องจากเป็นไฟล์ที่ระยะทางบินไกล เลยจะต้องเสริฟท์อาหาร ผู้โดยสาร สองมื้อ วันนี้ผมโชคดี ได้รับบริการจาก พี่แอร์สาวสวย ซึ่งเป็นหัวหน้าลูกเรือสำหรับไฟล์นี้ พี่เขาส่งยิ้มให้ขณะนำอาหารมาเสริฟท์ แล้วบอกว่า “ขอให้อร่อยกับอาหารมือพิเศษในคืนนี้” เป็นความประทับใจประกอบกับความตื่นเต้น เนื่องจากฝรั่งที่นั่งข้างๆ มองด้วยสายตาอิจฉาที่พี่เขาเสริฟท์ให้ผมก่อน ในถาดอาหารมีอาหารเต็มไปหมดหลายอย่าง รวมถึงกาแฟ และชาที่สามารถขอได้เครื่องดื่มครบถ้วน ตามแต่จะขอ นับว่าเป็นอาหารมือพิเศษสำหรับผมจริงๆ ในค่ำคืนนี้ ที่ได้ทานอาหารมือเย็นตอนเกือบตีหนึง บนฟากฟ้า ที่ไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของประเทศไทยในขณะนั้น มีเพียงกลุ่มของเมฆ และโลโก้ของการบินไทยที่มองออกไปนอกหน้าต่างครั้งใดก็ทักทายผมตลอดเวลา เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก อาหารมือเช้าก็มาถึง

เพื่อนบอกว่า ใกล้จะถึงแล้ว ให้เตรียมตัว ไม่นานนัก แอร์สาวสวยก็เปลี่ยนชุดจากชุดไทยมาเป็นชุดฟอร์มทันสมัย เดินตรวจความพร้อมก่อนเครื่องลง สักพัก กัปตันก็ประกาศว่า “Cabin crew prepair for land” เสียงล้อกางบนท้องฟ้า เพื่อเตรียมลงสูงสนามบินชาร์ล เดอ โกล แอร์พอร์ต กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศศ ในเวลาประมาณ 6.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น อีกสิ่งที่ประทับใจอย่างที่สุด คือ ทันทีที่เครื่องลงแตะรันเวย์ด้วยความนิ่ม และเงียบชนิดที่ไม่ทราบว่าเครื่องได้ลงถึงพื้นดินแล้ว จนกระทั่งเครื่องได้ค่อยๆ เคลื่อนมาจอดตรงประตูทางออก เสียงปรบมือ จากผู้โดยสารชาวต่างชาติภายในเครื่องก็ดังขึ้น ทำให้ผมงง จึงหันไปมองหน้าเพื่อน เพื่อนบอกว่า เขาแสดงความชื่นชมในฝีมือการนำเครื่องลงจอดของกัปตัน ที่นำเครื่องลงได้นิ่มมาก สมกับ สโกแกน ที่ว่า “Smooth as Silk” ผมจึงเข้าใจและอดประทับใจอะไรๆ หลายอย่างกับการเดินทางครั้งแรกของผมในไฟล์นี้ จึงได้ถ่ายถอดออกมา เหลือเพียงแต่ว่า จากนี้ไปอีก สองสัปดาห์ที่ผมจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในมหานครขนาดใหญ่ จะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะทันทีที่เดินออกจากเครื่องก็สามารถรับรู้ได้ถึงว่าเย็นของอากาศภายนอก ที่เข้ามากระทบ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์ในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีในครั้งต่อๆ ไป กับผมเสมอทุกการเดินทาง

วันศุกร์, กรกฎาคม 6, 2007

มีอะไรในฉบับ 36


เปิดมาหน้าต้นๆ จะมีข่าวท่องเที่ยวและเกมส์ชิงรางวัลให้ร่วมสนุกมากมาย

เปิดต่อมาจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการท่องเที่ยวให้เลือกชม เลือกช้อป

wonder by nature เสนอสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติระดับเวิร์ดคลาสส

2007 world's best hotels สารพัดที่พักในต่างแดนที่ใช่ว่าจะมีเงินแล้วจะได้พัก

โปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศ ไม่ใกล้ ไม่ไกล Angkor Wat 3 วัน 2 คืน ปิดท้ายด้วยที่พัก ในเสียมเรียบ กว่า 10 แห่ง

แนะนำสนามกอล์ฟในฮ่องกง

โปรแกรมเที่ยวต่างจังหวัด ไปแค่ปากช่องเอง 2 วัน 1 คืน ก็พอ

โปรแกรมเทียวกรุงเทพ ตั้งต้นที่วัดอินทร แต่จะไปจบที่ไหนต้องหาอ่านอ่ะครับ

สัมภาษณ์ผู้บริหารสาว แห่งสายการบิน วันทูโก

โปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศ พาไปฮ่องกง อยากรู้มั้ยไปทำไมที่ฮ่องกงตั้ง 4 วัน 3 คืน และที่พักให้เลือกแบบจุใจ

กองบก.สาวของเราพาไปทดสอบการบริการของสปาบุรี

มีเรื่องสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลน์ ให้อ่านด้วย

คุยเรื่องเที่ยวกับหนุ่มนักหักหลัง และ สาวยิ้มง่ายแห่งการท่องเที่ยวมาเลเซีย

ไปดูสไตล์การตกแต่งแบบเท่ห์ๆ ที่ร้าน KOI

อ่านเรื่องถุงยางในคอลัมน์เซ็กซ์อ่านแบบคลายเครียด (หรือจะเครียดกว่าเก่า)

ท้ายๆ เล่ม มีเรื่องหนัง, สูตรอาหาร, ร้านอาหารแนะนำ

ก่อนจะปิดท้ายด้วยเรื่องจากคอลัมนิตส์ของเราจากรั้วการบินไทย เกี่ยวกับธุรกิจสายการบิน และ งานบริการบนเครื่องบิน

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 5, 2007

ในที่สุดฉบับ 36 ก็เสร็จจนได้

กว่าจะตามสรุปหน้าโฆษณากับลูกค้าได้ ก็เล่นเอานิตยสารออกช้าจนคนอ่านหลายคนโทรมาทักท้วงว่านี่มันกลางเดือนแล้วนะ ยังไม่ออกอีกเหรอ... เดี๋ยวไม่รออ่านแล้วนะ (มีขู่ปนมาด้วยครับ)
ทั้งที่นิตยสารเราก็ไม่ได้มีหน้าโฆษณาอะไรมากมาย แต่ก็ใช้เวลาตรวจทานกันนานเกือบเดือน เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย (ขนาดทำงานนิตยสารมาทั้งชีวิตแล้วยังไม่ชินเลย)

แต่ถึงอย่างไรก็เสร็จจนได้ล่ะครับ ถึงจะออกช้าไปนิด
แต่ก็เชื่อว่าแฟนๆ ของเราก็คงจะเข้าใจแล้วก็อุดหนุนเราเช่นเคย
ฉบับนี้เรายังมีเรื่องเที่ยวเด่นๆ ที่ไม่เหมือนเคย
เพราะมันดีมากกว่าเดิมครับ
ที่แรก เราเที่ยวในกทม. แถวๆ พระนครกันก่อน แบบไปเช้าเย็นกลับ
จากนั้น เราไปเที่ยวปากช่องกัน แบบไป 2 วัน 1 คืน และยังมีโรงแรมให้เลือกดู เลือกพักอีกเพียบ
ที่สุดท้าย เราไปเที่ยวฮ่องกงกัน อันนี้ไปหลายวันหน่อย แต่เราก็มีโรงแรมให้เลือกพักอีกเหมือนกัน
ทุกที่เราพาไปแบบหลับตาเที่ยวได้สบาย ไม่ต้องกลัวหลง
ในราคาโคตรถูก 60 บาท (กาแฟยังแพงกว่าอีก)
รีบซื้อ รีบเป็นเจ้าของ ก่อนที่ของจะหมดแพง
วางขายแน่นอนแล้ววันนี้ที่ร้านซีเอ็ดทุกสาขา
และร้านฟาสเตอร์บุ๊ค บนสถานีรถไฟฟ้า เท่านั้น