วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

หยดหมึก - กระดาษขาว

ถ้าผมถามว่า "วันนี้เจอเรื่องดีๆ อะไรมาบ้าง?"

เอาล่ะสิ นั่งนึกกันจนเหงื่อหยดติ๊ง "เอ๊..มีหรือเปล่าว๊า"

งั้นเอาใหม่ ผมเปลี่ยนคำถาม "วันนี้เจออะไรแย่ๆ มาบ้าง?"
โหย.. มาเป็นชุดทีนี้
"เจอคนแซงคิวซื้อตั๋วหนัง"
"เจอคนเหยียบเท้าแล้วไม่ขอโทษ"
ฯลฯ

แปลกนะที่คนเรามีแนวโน้มที่จะจดจำเหตุการณ์ด้านลบ มากกว่าเหตุการณ์ด้านบวก

เคยรู้สึกมั้ยว่าแถวที่เรายืนต่อคิวอยู่ทำไมมันช้ากว่าแถวอื่น
ไอ้รถเมล์คันที่เรารอทำไมมันมาช้าจัง เวลาไม่รอเนี่ยมาจัง
อาหารที่เราสั่งมักจะมาช้ากว่าโต๊ะข้างๆ

มันเป็นแบบนั้นจริงอ่ะ?

ถ้าผมเอาหมึกหยดลงกระดาษขาวสักแผ่นหนึ่งแล้วยกให้ดู ถามว่าเห็นอะไร
ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า เห็นหมึกหยดหนึ่งอ่ะดิ ถามได้
แปลกที่ไม่ค่อยจะมีใครตอบว่า เห็นกระดาษขาว

การสังเกตุเห็นสิ่งที่เป็นลบมากกว่าเป็นบวกของมนุษย์ถือเป็นสัญชาติญาณ เพราะเราต้องระวังภัย ที่จะเกิดขึ้นรอบตัวตลอดเวลา ตั้งแต่ยุคสมัยไหนมาแล้ว

มันเป็นสัญชาติญาณ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็เป็นภัยในความคิดเหมือนกัน

ภัยตรงที่ มันทำให้เรามองไม่เห็นด้านดีๆ แง่งามในหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต

ลองคิดดูดิ ถ้าเราจดจำได้แต่เรื่องแย่ๆ เราจะเป็นไง ก็ทั้งทุกข์ ทั้งเครียด เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันเนี้ย..

ไอ้คนที่เหยียบเท้าเรามันเดินไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่เรายังเคียดแค้นอยู่เลย "มึ๊ง.. อย่าให้เจอนะมึ๊ง กูจะเหยียบหน้ามึงคืนเลยคอยดู"

คนเราก็แปลก ไวจริงจริ๊ง กะไอ้เรื่องที่จะทำให้ตัวเองเป็นทุกข์
ทั้งที่บางที รอบตัวเราก็มีเรื่องดีๆ ให้เก็บเกี่ยวไว้เป็นความสบายใจได้ตั้งมากมาย

ม๊ะ..สุขกันเถอะเรา

ไม่มีความคิดเห็น: